แหล่งน้ำต้นทุนใหม่ที่ยั่งยืน
แหล่งน้ำสำรองในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก EEC
ภาคตะวันออกของประเทศไทยมีปริมาณฝนที่สูงมาก แต่ไม่มีเขื่อนขนาดใหญ่ที่สามารถเก็บน้ำปริมาณมากได้
จากการศึกษาพบว่าแม่น้ำลำคลองในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทราจะมีปริมาณน้ำน้อยและเค็มจัดในฤดูร้อน แต่จะมีปริมาณน้ำจำนวนมหาศาล คุณภาพดีในช่วงฤดูฝนและน้ำก้อนนี้จะไหลทิ้งลงสู้ทะเลโดยไม่ได้ใช้ประโยชน์ใดใด ในส่วนของที่ดินจากการสำรวจพบว่ามีบ่อดินลูกรังขนาดใหญ่ มีความลึกระดับประมาณ 40 เมตร มีคุณภาพดินที่ดีสามารถเก็บน้ำปริมาณมากได้ โครงการจึงได้ขออนุญาตสูบน้ำบริเวณจุดสูบน้ำปลายคลองท่าลาด อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทราก่อนไหลลงแม่น้ำบางปะกงและเดินท่อไปเก็บในบ่อดินที่ อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อให้บริการแก่ภาคอุตสาหกรรมได้ตลอดปี
ปัจจุบัน กรมชลประทานได้พิจารณาปริมาณน้ำในคลองท่าลาดแล้วพบว่ามีปริมาณเพียงพอจึงอนุญาตให้โครงการสูบน้ำจากปลายคลองท่าลาดจำนวน 80 ล้าน ลบ.เมตรต่อปี เฉพาะในฤดูฝนและโครงการได้รับอนุญาตให้วางท่อจากกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท ตามทางหลวงสาย 304, 331, 3007, 3076 และกรมชลประทานอนุญาตให้วางท่อในเขตพื้นที่ของกรมชลประทาน รวมระยะทางประมาณ 115 กม. โครงการจะให้บริการน้ำอย่างยั่งยืนขนาด 220,000 ลบ.เมตรต่อวัน และเป็นผู้ให้บริการน้ำขนาดใหญ่รายเดียวในบริเวณแนววางท่อนี้
หลักการ Zero-Sum
จำนวนน้ำมีเท่าเดิมแต่ความต้องการเพิ่มขึ้น ดังนั้นสัดส่วนที่ได้รับน้ำจึงน้อยลง
อ่างเก็บน้ำมีจำนวนจำกัด
อ่างเก็บน้ำมีจำนวนไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำ
แหล่งน้ำมีความสำคัญต่อภูมิภาคนี้
เพื่อส่งเสริมวิสัยทัศน์ในการทำให้ EEC เป็นพื้นที่เศรษฐกิจใหม่
จังหวัดฉะเชิงเทราขาดแคลนน้ำเพื่อการอุตสาหกรรม
อ่างเก็บน้ำมีเพียง 2 แห่ง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำคลองสียัดและคลองระบม และแนวท่อส่งน้ำ (Water Grid) ในปัจจุบันยังไม่ครอบคลุม
โครงการได้รับอนุญาตให้สูบน้ำในช่วงฤดูฝน จำนวน 80 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี
สามารถนำน้ำไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ได้มากขึ้นแทนที่จะปล่อยให้น้ำส่วนเกินไหลลงสู่อ่าวไทยโดยเปล่าประโยชน์
ลุ่มน้ำคลองท่าลาด มีแหล่งน้ำหลัก 3 แหล่ง
โครงการของเราตั้งอยู่ที่ส่วนปลายสุดของคลองท่าลาด มีศักยภาพสูบน้ำ จำนวน 80 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี
ปัจจุบันลุ่มน้ำคลองท่าลาด มีแหล่งน้ำหลัก 3 แหล่ง ได้แก่ น้ำท่า อ่างเก็บน้ำคลองระบม และอ่างเก็บน้ำคลองสียัด โครงการของเราจะเป็นแหล่งน้ำต้นทุนใหม่ โดยเราได้รับอนุญาตให้สูบน้ำในช่วงฤดูฝน (เดือนมิถุนายน-ตุลาคม) ปริมาณน้ำที่ใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมดโดยเฉลี่ย คือ 1,459 ล้านลูกบาศก์เมตร ในขณะที่โครงการของเราจะสูบน้ำเพียง 80 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน ซึ่งโดยปกติแล้วในพื้นที่จะปล่อยให้น้ำส่วนเกินไหลลงสู่อ่าวไทยโดยเปล่าประโยชน์ โครงการของเราได้คำนึงถึงประโยชน์ของการใช้น้ำและมุ่งมั่นที่จะสร้างความยั่งยืนให้กับพื้นที่และชุมชน
โครงการได้รับอนุญาตสูบน้ำในช่วงฤดูฝน
เรามีศักยภาพในการสูบน้ำปริมาณ 80 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี
โครงการตั้งอยู่ส่วนปลายสุดของคลองท่าลาด
นำน้ำไปใช้ให้เกิดประโยชน์แทนที่จะปล่อยไหลทิ้งลงสู่อ่าวไทย
ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ปริมาณน้ำที่ใช้ประโยชน์ได้มีการคำนึงถึงผู้ใช้น้ำทั้งหมดแล้ว
สนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจ
แหล่งน้ำเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยพัฒนาภาคอุตสาหกรรมและชุมชน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน
การบริหารจัดการที่ยึดหลักธรรมาภิบาล รวมทั้งกลยุทธการพัฒนาอย่างยั่งยืน